#NiftyReview อะไรทำให้คนยอมรอกิน Sushiro นานถึง 3 ชั่วโมง!

508

เราได้ยินชื่อของ Sushiro เป็นครั้งแรกตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น แล้วรอบโรงแรมที่ไปพักมีร้านให้เลือกแค่ 2 ร้าน หนึ่งคือร้านเนื้อย่าง ที่รีวิวแย่มาก (แบบคนญี่ปุ่นเขียนด่าอย่างสุภาพ แต่ที่แปลออกมาคือด่าเจ็บชัวร์) กับร้านซูชิสายพาน ทั้งครอบครัวเลยเลือกไปลองชิมซูชิสายพาน ซึ่งพอเข้าไปถึงร้านก็ไม่ผิดหวัง กิน 6 คน จานสูงจนบังหน้า มีซูชิหน้าแปลก ๆ ให้ลองเต็มไปหมด ตอนนั้นก็ได้แต่คิดว่า ถ้ามาญี่ปุ่นอีกจะต้องมากินอีกให้ได้ จนวันนึงก็พบว่า Sushiro จะมาเปิดไทย!!!!!

จังหวะนั้นคือกดไลค์เพจรอตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเลย นี่ทำให้เราบังเอิญเห็นโพสต์ที่บอกว่าต้องจองผ่านแอป ก็เลยทำให้ได้กินแบบชิว ๆ ตั้งแต่วันที่ 2 ของการเปิดร้านนั่นเอง ซึ่งเจ้าแอปนี่ก็เป็นสิ่งที่เราเคยเห็นคนญี่ปุ่นใช้ตอนเราไปกินที่นู่น ตอนนั้นที่ไปกินคือเรียกได้ว่าทุกคนจองผ่านแอป เราคนไทยกลายเป็นดูบ้านนอก ไปยืนงงหน้าเครื่องกดคิว จนพนักงานคิดเงินต้องเดินมาช่วย ฮา 

แอปจองคิวร้าน Sushiro ร้านอาหารญี่ปุ่น เซ็นทรัลเวิลด์
แอป Sushiro หลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้ว จะมีนอติแจ้งเรื่อย ๆ

และในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง เราจองคิวไว้บ่าย 2 โดยไปถึงแบบคนหิวตั้งแต่บ่ายครึ่ง ก็กดรับเรื่องที่ kiosk หน้าร้าน แล้วก็ไปนั่งรอ ตอนนั้นคือคิวหน้าร้าน 180 นาที (3 ชั่วโมง) เข้าไปแล้ว! ตอนนั้นก็สงสัยว่าเอ จะได้เข้าไปกินตามคิวจริง ๆ เหรอ สรุปบ่ายสองปุ๊บ เค้าเรียกคิวทันที เย้ ในที่สุดก็ได้กิน พอเรียกคิว ก็มีพนักงานพาไปนั่งที่โต๊ะ แล้วเค้าก็จะถามว่าเคยมากินมั้ย เราก็บอกว่าเคยกินที่ญี่ปุ่น เค้าก็อธิบายว่าที่ไทยจะต่างกัน จะเป็นสายพานสองชั้น (ส่วนที่ญี่ปุ่นจะเป็นสายพานเดียว เวลาของที่สั่งมาถึงจะไฟและเสียงเตือนที่โต๊ะ) ชั้นบนคืออาหารที่เราสั่ง ทำให้สั่งที่ได้ทีละ 4 จานเท่านั้นเพราะสายพานเต็ม พออธิบายเรื่องต่าง ๆ เสร็จ เราก็เริ่มกินได้เลย

ป้ายหน้าร้านบอกคิว
ระยะเวลารอคิว

บนโต๊ะจะมีกล่องใส่ตะเกียบกับไม้จิ้มฟัน บนกล่องมีโชยุกับซอสหวาน ส่วนด้านบนสุดของสายพานก็จะมีแก้วน้ำ ถ้วยโชยุ ชั้นล่างลงมาก็จะมีช้อนเล็ก สำหรับใครที่ชอบกินชาเขียวก็สามารถเทน้ำร้อนใส่ผงชาเขียวที่เตรียมไว้ให้ได้เลย คล่องคอสุด ๆ หรือใครชอบกินน้ำเปล่า ก็มีบริการฟรี ส่วนบาร์น้ำอัดลม กาแฟ ก็สั่งได้ 

แท็บเล็ต สั่งอาหาร Sushiro
แท็บเล็ตสั่งอาหาร

ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดบนโต๊ะก็จะมีแท็บเลตให้เราได้กดสั่งอาหาร (เหมือนที่ญี่ปุ่น) ซึ่งก็สามารถสั่งได้ทุกเมนูยันซอสต่าง ๆ โดยเราได้สั่งมาลองหลายอย่างมากด้วยความตื่นเต้น (เรียกได้ว่า ทำภารกิจภูเขาจานสำเร็จ) ซึ่งเมนูที่เราได้ลองชิม และอยากขอแนะนำ มีตามนี้

เมนูที่ควรลอง (บางจานมา 2 คำ บางจานมา 1 คำ) 

  • โอโทโระ (40 บาท) อร่อยสมราคา
  • โอโทโระคัดพิเศษ (120 บาท) อร่อยสมราคาเช่นกัน รู้สึกถึงความพรีเมี่ยมละลายในปาก 
  • ชูโทโระคัดพิเศษ (80 บาท) มีเลื่อนมาตามสายพานเยอะ แต่ต้องเล็งดี ๆ คุณภาพแรนด้อม ถ้าเลือกดีก็อร่อย คุ้ม 
  • ฮนมากุโระอากามิ (60 บาท) สำหรับคนไม่ชอบปลามัน ๆ แบบชูโทโร่หรือโอโทโร่ คือดีมาก ๆๆๆๆ 
  • มากุโระ 3 ชนิด (120 บาท) มีอากามิ (ไม่ค่อยเด็ด) ชูโทโระ และโอโทโระสับ เรียกได้ว่าสามชิ้นจบในตัว ได้กินมากุโระครบทุกส่วน 
เซ็ตมากุโร่ 3 คำ Sushiro ฟินมาก
เซ็ตมากุโร่ 3 ชนิด
หมึก ซึบุไก หมึกยักษ์
หมึก ซึบุไก หมึกยักษ์
Sushiro sushi มาได ทาโกะสด
มาได ทาโกะสด
  • ซาบะ (40 บาท) รสดองน้ำส้มสายชูเข้ม อร่อยกว่าหลายที่ที่เคยกินมา 
  • เอนกาวะย่าง (40 บาท) รสชาติของใบชิโสะคู่กับเอนกาวะที่โดนย่างไฟจนไขมันละลายในปาก กลมกล่อมมาก ๆ 
  • ปลาหมึกเลม่อนโรยเกลือ (40 บาท) รสมัน ๆ หวาน ๆ ของปลาหมึก เข้ากับรสเลเม่อนและเกลือเป็นอย่างดี
  • ปลาหมึกคลุกซอสอุนิ (40 บาท) ได้ลิ้มรสอุนิเข้มข้นในราคาแค่ 40 บาท 
  • ทาโกะสด (40 บาท) ทาโกะหวานหนึบหนับ เข้ากับกลิ่นรสของใบชิโสะ เหมาะกับเป็นเมนูส่งท้ายก่อนวางตะเกียบ แต่ต้องเคี้ยวให้ดี เพราะปลาหมึกติดคอคนเขียนไปแล้วรอบนึง ฮา 
  • ไข่ปลาแฮร์ริ่ง (40 บาท) กรุบกรอบ หอมปลาแห้งที่โรยไว้ เค็มกำลังดี
  • ไข่ปลาโทบิโกะ (40 บาท) สิ่งที่กรอบที่สุดในร้าน กรอบตั้งแต่เม็ดแรกยันเม็ดสุดท้าย เคี้ยวเพลินสุด ๆ 
  • อาคะไก หอยแครงญี่ปุ่น (80 บาท) หวาน กรอบ อร่อย ถ้าไม่ห่วงเรื่องเงินคงสั่งรัว ๆ ไปแล้ว
  • หอยปีกนก (40 บาท) สดมาก เงาวิ้ง น่ากินสุด ๆ  
  • ซึบุไก (40 บาท) เมนูที่กรอบอันดับสองของร้าน เป็นฟีลหอยกรอบ ๆ เด้งสู้ฟัน 
  • ไข่หวาน (40 บาท) เมนูที่กินกี่จาน ทั้งข้าวทั้งไข่ก็ก็แตกเละเทะทุกรอบ หอมซุปดาชิมาก ๆ รสชาติอูมามิสุด ๆ 
  • ไข่ตุ๋นแบบเย็น (60 บาท) มีกุ้ง ไก่ หอยเชลล์ ลูกชิ้น รสชาติไม่คาวเลยแม้จะเป็นแบบเย็น เยลลี่ซุปดาชิหอมมาก ทุกคำคือกินเพลิน สดชื่น
ซาบะ ไข่หวาน จานละ ไม่ถึงร้อยที่ SUHIRO @ Central World
ซาบะ ไข่หวาน
ไข่ตุ๋นเย็น ร้านซูชิโระ
ไข่ตุ๋นเย็น
Sushiro พาร์เฟต์สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก
พาร์เฟต์สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก

อย่างไรก็ดี ยังมีซูชิอีกหลายอย่างที่เรายังไม่ได้ลอง ถ้าได้มีโอกาสก็ลองแวะเวียนไปชิมกันดูนะ ซึ่งนอกจากซูชิแล้วก็ยังมีซุป สลัด ของทานเล่น ขนมหวานต่าง ๆ ให้เลือกสรร ซึ่งนับว่าอร่อยใช้ได้ โดยเราสามารถกดเรียกพนักงาน และเช็คบิลได้จากแท็บเล็ตเลย ซึ่งพนักงานก็จะมีเครื่องติ๊ด RFID เช็คจำนวนจาน (เป็นที่มาของเสียงติ๊ดรัว ๆ ที่เราได้ยินตอนกิน) แล้วก็เดินไปจ่ายตังค์ได้เลย ซึ่งหลังจากไปกินรอบแรกก็ยังไม่หายสะใจ เราเลยไปเยือนรอบสองในสัปดาห์ต่อมา และรอบนี้ต้องรอ 2 ชั่วโมงกว่าจะได้กิน ซึ่งรอบที่สอง เป็นรอบที่ร้านปิดรับคิวตั้งแต่ 4 โมงเย็น!! เรียกได้ว่าโคตรไฮป์

แต่อย่างไรก็ดีก็ยังเป็นการรอที่คุ้มค่ามาก ๆ อาหารทุกอย่างดีเหมือนเดิม อ้อ แถมการจัดการก็ดีขึ้นมาก ร้านไม่ร้อนเท่าวันแรกที่ไป (ร้อนจริง ร้อนจนกินต่อไม่ไหว) แล้วก็มีเสิร์ฟไม่ครบ 2-3 รอบ แต่รอบสองที่กินคือไม่ต้องเรียกพนักงานเลยนอกจากคิดเงิน ซึ่งเมื่อเรากินครบ 2 ครั้ง ก็ทำให้ได้พวงกุญแจน้อนมาสคอตมา เค้าให้เลือกได้ เรากับแฟนก็เลยเลือกราชาโอโทโระ กับแพนด้าอิคุระ ซึ่งน่าสะสมสุด ๆ โดยหากสะสมไปถึง 24 ครั้ง ภายใน 1 ปี (คือโหดมาก ต้องกินเดือนละ 2 รอบ รอบนึงปกติกินก็ต้องมีพัน++ อย่างต่ำ) ก็จะได้น้อนมาสคอตยักษ์ไปครอบครองเลยจ้า 

Sushiro Mascot Thailand ซูชิโระ
น้อน

ซึ่งจาก 2 ครั้งที่เราได้มาเยือน Sushiro สาขาแรกในไทย ก็รู้สึกประทับใจไม่แพ้ที่ญี่ปุ่น เพราะไม่ว่าจะบริการ อาหาร เทคโนโลยี ความสะอาด ความใส่ใจ พนักงานทุกคนแม้อาจจะหมดแรงจากจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการ แต่ก็ยังดูแลเราอย่างถึงที่สุด ซึ่งทำให้ทุกมื้อที่ไปกินไม่เคยผิดหวังเลยนั่นเอง  ไม่แปลกใจเลยว่าถึงจะต้องรอ 3 ชั่วโมงก็ยังมีคนพร้อมรอ ใครไม่อยากตกขบวน Sushiro ก็สามารถจองล่วงหน้าได้ทางแอป (ล่าสุดเช็คคือเต็มยันกลางพค. แล้ว) หรือจะวอล์คอินมารอ 2-3 ชั่วโมงก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ในเดือนพค. ร้านก็จะไปเปิดที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิตด้วยจ้า ใครไม่อยากถ่อมาถึง Central World ก็ไปลองสาขานู้นได้ (แต่เดาว่าก็น่าจะไฮป์พอกันแหละน้า) 

ติดตาม Nifty ได้ที่ Facebook

อ่านต่อ

‘More Than Just a Cup of Tea’ จิบชายามบ่าย และเดินทางกลับไปสู่ต้นกำเนิดของชา

คุยกับสุราปลดแอก กลุ่มคนที่ฝันอยากเห็นประชาธิปไตยในวงการแอลกอฮอล์ไทย

About the author

มิว นักเขียนฟรีแลนซ์ (จ้างได้) ครูสอนกลองและมนุษย์รักษ์โลก