“เราอยากให้นักดนตรีมีอิสรภาพมากกว่านี้” ตูน t_047 หลังจากวันที่พาแกนนำคณะราษฎรขึ้นเวที Cat Expo

ถึงจะไม่ได้เป็นคนฟังเพลงและคิดว่างาน Cat Expo คือการงานจัดแสดงแมวก็ตาม ทุกคนคงได้เห็นกันแล้วกับภาพที่แกนนำคณะราษฎรที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยกำลังยืนชูสามนิ้วบนเวทีท่ามกลางทะเลแฟลช ทำให้วง t_047 ที่เป็นเจ้าของช่วงเวลาดังกล่าว ถูกพูดถึงบนหน้าโซเชียลอย่างออกรส ต่อให้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับพวกเขา ทุกคนก็ต้องยอมรับว่าภาพนั้นเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยที่น่าสนใจ

หลังจากทิ้งให้ชาวเน็ตคาดเดาไปต่าง ๆ นานา เราเลยขอนัด ตูน—ณัฐธีร์ อัครพลธนรักษ์ นักร้องนำและนักแต่งเพลงของวง t_047 มาพูดคุยกันหลังกลับจากพักผ่อน เพราะอยากรู้ความจริงจากปากเจ้าตัวเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง พร้อมพูดคุยเรื่องการเมืองในฐานะนักดนตรีหรือประชาชนคนหนึ่ง และอัลบั้มใหม่ของเขา Hello Neighbors

ตูน บ้านข้าง ๆ t_047 01

อยากรู้จากปากตูน ว่าจริง ๆ วันนั้น (23 พฤศจิกายน) เกิดอะไรขึ้นบ้าง

เริ่มจาก #UnMutePeople ตอนแรก ณ งานแคทเราคุยกันว่าจะเป็นการแสดงออก เหมือนพอเราอยู่ในงานเฟสติวัล เราแค่ไม่อยากให้คนลืมว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น พวกเราไม่อยากลอยหน้าลอยตา ขายของกันแฮปปี้ได้เงิน ไม่ได้บอกว่าทุกคนห้ามมีความสุขนะ แต่อยากให้ทุกคนหันมาเห็นและไม่ลืมว่าข้างนอกมันเกิดไรขึ้น ถ้าในสัญญะก็คือการโดนยิงน้ำที่มีสารเคมีใส่ #UnMutePeople จะพูดเรื่องนี้ ไม่ว่าใครจะแสดงออกยังไงไม่ควรจะต้องมีคดีหรือเจ็บตัว

วันนั้นเราคุยกับ แอมมี่ The Bottom Blue ก็มีความกังวลว่ามันเบาไปรึเปล่า คนเห็นจริงรึเปล่า มันเงียบไปรึเปล่า เราเลยมาเพ้นต์ตัวกันที่บูท มันก็ได้พื้นที่ตรงนั้นประมาณหนึ่งนะ แถมได้ความหน้าทะมึ่งตึงของทีมงาน (หัวเราะ) นิดนึง สายตามองแบบ (หัวเราะ) แล้วผมก็เดินในงานด้วยแบบหน้าเละเลย หมวกรองเท้าอะไรเละ แอมมี่ก็บอกว่าเดี๋ยวมาดูนะ เราก็เข้าใจว่าเขาคงมายืนดูเฉย ๆ แต่พอถึงเวลาก่อนเล่น แอมมี่เข้ามาหลังเวทีบอกว่าพาคนมาให้กำลังใจ แล้วเป็นไผ่ ดาวดิน เป็นรุ้ง—ปนัสยา เป็นแกนนำคณะราษฎร โอ้ว โฮลี่ชิท! (หัวเราะ) คือเราซาบซึ้ง แล้วเราอยากให้กำลังใจเขาบ้าง มันมีช่องของเพลงสุดท้าย หลังคา ที่ปล่อยให้คนดูเงียบ เราอยากใช้พื้นที่ตรงนั้นเพื่อสื่อสารกันให้สุด ๆ อะ เราไปคุยกับรุ้งว่าเดี๋ยวขอให้ทุกคนขึ้นไปได้มั้ย ตอนแรกรุ้งก็กลัว (Nifty: กลัวมีปัญหา?) ไม่รู้นะ ผมว่ารุ้งอาจจะเข้าใจว่าให้ขึ้นไปร้องเพลง (หัวเราะ) หรือให้ขึ้นไปพูดอะไรยังงี้ คือเขาอาจจะติดคดีอยู่เลยพูดไม่ได้หรือไม่อยากให้มีปัญหา แต่เราชวนขึ้นไปยืนเฉย ๆ ไม่ได้จะปลุกปั่นอะไร แต่พอทุกคนขึ้นไปภาพที่ออกมามันก็สวยงาม

มีคนบอกว่าเราแอบเอาแกนนำขึ้นมา

ตามความเข้าใจเราการที่จะมีแกนนำทำอะไรจะมีทีมงานคอยประสานงานตลอด และคิดว่าได้ติดต่อเรียบร้อยแล้ว แต่สารภาพว่าก่อนพาแกนนำขึ้นไปไม่ได้มีการขออนุญาตใด ๆ และเราไม่ได้รู้สึกว่าต้องขออนุญาตด้วยซ้ำ คือเราไม่ได้พาคนมาทำสิ่งไม่ดีนะเว้ย จะว่าเป็นเรื่องมารยาทแต่ ณ บริบทตอนนั้นเราว่าไม่ใช่สิ่งที่ผิดอะ (Nifty: เรามองว่ามันคือส่วนหนึ่งของโชว์เรามากกว่า) ใช่ ที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้นและเกิดขึ้นอย่างจริงใจ ไม่ได้อยากให้มันเกิดผลเสียอะไรกับใคร เราไม่ได้คาดหวังว่าผลลัพย์จะเป็นยังไง ณ วันนั้นมันคือเขามาให้กำลังใจเรา เราก็อยากให้กำลังใจเขาเหมือนกัน

พอลงจากเวทีแล้ว รุ้ง ไผ่ แอมมี่เป็นยังไงบ้าง

มีแต่ความขอบคุณจริง ๆ แอมมี่บอกว่าถ้าไม่มีวงเราก็คงไม่เกิดภาพแบบนี้ขึ้นมา จริง ๆ เราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นความกล้าหรืออะไร เรารู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เป็นความบังเอิญที่เรารู้จักกัน และได้ใช้พื้นที่ตรงนั้น มันเป็นความลงล็อกอะไรบางอย่างที่ทำให้เกิดภาพวันนั้นได้

หลังจากวันนั้นได้คุยกับทางผู้จัดหรือยัง

ไม่มีเลย และไม่กังวลอะไร ตอนขึ้นไปเราก็ยังพูดแซวเลยว่าไม่รู้ปีหน้าจะได้มาอีกหรือเปล่า แต่คงแล้วแต่วิจารณญาณของเขา เขาอาจจะมองว่าไม่เหมาะสมหรืออะไร เราจะได้รับผลกระทบอะไรก็แล้วแต่เขา แต่ยังยืนยันว่าเราไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองผิดอะไร ภาพมันออกมาสวยงามมาก ๆ มันมีเรื่องน่ากังวลมากกว่านี้แหละ (หัวเราะ) และมันต้องการพื้นที่ที่จะแสดงออกมากกว่านี้

อีกเรื่องที่ทุกคนเป็นห่วงคือ วงโดนคุกคามอะไรรึเปล่า

ก็ไม่ได้มาคุกคามในพื้นที่ของเรานะ จะไปเห็นตามโพสต์หรือคลิปวีดีโอที่มีคนถ่ายแล้วเอาไปลง ก็จะเข้ามาว่า มึงแม่ง มึงนั่นโน่นนี่ มันเป็นประโยคที่อ่านแล้วไม่รู้สึกเสียใจด้วย (บีบเสียง) ถ้าเอาเหตุผลมากางแล้วชี้ให้เห็นในหลากหลายมิติ ยังสามารถพูดคุยกันได้ แต่มึงมาแบบไอ้เหี้ยไอ้ห่ามึงทำงี้ทำไม เฮ้อ เราชิลมาก ไม่มีการโดนคุกคามอะไรใด ๆ

เราอิ่มเอมกับการได้สื่อสารออกไป และทุกคนที่เรา respect ก็แสดงออกว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำ คนแรกที่เราลงมาแล้วเห็นข่าวเร็วมากคือ อจ.ศิโรจน์ คล้ามไพบูรณ์ (Nifty: เราเป็นติ่งเขาด้วยหนิ) เออเราเป็นติ่งอาจารย์ศิโรจน์เว้ย เขาบอกว่าเขาดูคลิปประมาณ 4 รอบแล้วน้ำตาไหลอะ เราโอเคแล้วอะ (เอามือทาบอก) พี่เฟนเดอร์ Solitude is Bliss กับ Rap Against Dictatorship ด้วย

มีคนในวงการที่ออกมาแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับเรามั้ย

มันคงมีแหละ เราแค่ไม่ได้เห็นเขาออกมาพูด เรายอมรับได้ถ้าไม่เห็นด้วยแต่ช่วยบอกหน่อยว่าอะไรที่คุณไม่เห็นด้วย เราพร้อมจะคุย ไม่รู้อะ ก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้วมึงเห็นด้วยไม่เห็นด้วย (กระแทกเสียง) กูเห็นด้วยอะ กูเห็นด้วยกับตัวเองเว้ย (หัวเราะ) มึงจะมาเถียงไรกับกูวะ กูเห็นด้วย ก็กูโอเคอะ

รอยสักตูน

มีคนพูดว่าไม่ควรเอาการเมืองเข้ามายุ่ง ทำไมเราถึงไม่ควรแยกการเมืองออกจากเสียงดนตรี

ไอ้เหี้ย ไปบอกไอ้เหี้ยตู่ดิ ไอ้สัด (หัวเราะ) แม่งมึงแต่งเพลงมาตั้งกี่เพลง ไม่ให้ยุ่งเรื่องการเมือง ไอ้สัดไม่รู้จะพูดยังไงกับคำนี้เลยอะ โถ่ ไอ้สัด เพลงชาติก็การเมืองแล้วไอ้เหี้ย (หัวเราะ)

ดนตรีมันคือการสื่อสารเว้ย มันคือสิ่งที่แสดงออกถึงความคิด แสดงออกถึงความรัก ความห่วงหาอาทร อารมณ์ทุกอย่างเลย เพราะฉะนั้น มึงมาบอกไม่ได้ว่าดนตรีไม่ควรมาพูด หรือการเมืองไม่ควรมาอยู่ด้วย ดนตรีแม่งคืออิสระเว้ย กูก็ไม่ได้ว่าถ้ามึงจะแต่งเพลงไอ้เหี้ยอวยใคร ก็เป็นสิทธิของมึง แต่ปัญหาคือมึงเอาเงินตรงไหนไปทำมันควรจะเอามาพัฒนาอย่างอื่นได้มากกว่ารึเปล่า กูจะทำเพลงทำอะไรก็เงินกู ไม่ได้เอาเงินใครมาแสดงออกโน่นนั่นนี่ ถ้าถามว่ารู้สึกยังไงที่คนพูดแบบนี้ ก็รู้สึกว่ามึงเป็นควยอะไร (หัวเราะ)

นี่คือเหตุผลที่เราออกมาเคลื่อนไหวเต็มตัวด้วยรึเปล่า เพื่อตอกย้ำเรื่องเสรีภาพในดนตรี

เราอยากให้นักดนตรีมีอิสรภาพมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าเป็นนักดนตรีไม่ควรเลือกฝ่าย อาชีพไหนก็เลือกฝ่ายได้ แสดงออกได้ทุกอย่าง มันลึกลงไปอีกว่าเราออกมา เราไม่จำเป็นว่าต้องเป็นวงการเมืองด้วยซ้ำ ไม่ต้องมีเนื้อหาจัดจ้าน ไม่จำเป็นต้องดังด้วย วันที่เราไปเล่นแล้วมันเป็นประโยชน์กับคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น(ในที่ชุมนุม) ทำให้คนที่เขาติดตามเราหันมาสนใจการเมือง มึงไปคิดเองก็ได้ว่าฝั่งไหนถูกฝั่งไหนผิด เห็นกูออกมามึงอาจจะเริ่มตั้งคำถาม ไปดูแล้วรู้สึกว่ารัฐบาลทำถูกหรือฝั่งนี้ผิดก็ได้ แต่อย่างน้อยมึงได้หันมามอง มึงได้คิดแหละ นั่นคือหน้าที่กูจบละ

ไม่ใช่ว่า follower กูทุกคนต้องออกมาม็อบเว้ย แค่เริ่มสนใจหน่อย เริ่มรู้สึกว่าปัญหามันคืออะไร เด็กบางคนที่ติดตามเราอาจจะยังไม่เข้าใจว่าความร้ายแรงของเรื่องนี้มันคืออะไร อย่างน้อยเขาได้ไปศึกษาว่า 10 ข้อคืออะไร พ่อแม่เขาอาจด่าม็อบกรอกหูทุกวัน อาจทำให้เด็กคนนั้นโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่เรากลัว แต่พอเห็นเราก็สงสัยทำไมพี่ตูนเลือกฝั่งนี้วะ เขาก็อาจจะเริ่มศึกษาละ ทำไมแม่กูว่างี้วะ ทำไมอีกฝั่งว่าอย่างงี้วะ

เราไปเล่นดนตรีในที่ชุมนุมด้วย ได้ลองคุยกับศิลปินคนอื่นมั้ยว่าเขามีเหตุผลอะไรที่ออกมาเคลื่อนไหว

จริง ๆ ไม่ค่อยได้คุยกัน เคยคุยก่อนขึ้นเวทีก็จะเป็นพี่วิน Srirajah Rockers บอกพี่วินว่าผมประหม่านะกับการมาเล่น ณ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราใหม่กับพื้นที่ตรงนี้ พี่วินก็บอกว่าให้เราอยู่กับตัวเอง เราทำหน้าที่เพื่อให้ความสุขกับทุกคน วันนั้นเหมือนเราปลดล็อกประมาณหนึ่งนะ มันไม่ใช่ว่าต้องมาบิ้วคนหรืออะไร แต่ในวันที่เขาออกไปเหนื่อย ไปชุมนุม เหนื่อยกับสภาพจิตใจ เหนื่อยกับข่าวสาร เพลงเบา ๆ ของเราอาจจะช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นได้ เพราะฉะนั้น เปลี่ยนความคิดก่อน ศิลปินที่รู้สึกว่าฉันก็ออกได้แต่ฉันไม่ออกดีกว่าเพราะฉันไม่เกี่ยว เพลงมันมีหน้าที่ที่กว้างมาก

ทุกคนกลัวอันตรายเหมือนกัน แต่ทำไมเราไม่ทำอะไรซักอย่างให้ความอันตรายนั้นมันหายไปวะ ทำไมเราไม่ออกมาพร้อมกันแล้วปกป้องกันและกันดิ

เราคิดยังไงที่หลายคนก็ไปกดดันศิลปินที่ตัวเองชอบให้ออกมาแสดงออกทางการเมือง

อย่างเรื่องการเมืองเนี่ย จะไม่พูด จะไม่ออกมาเลยก็เป็นสิทธิ์ แต่คนที่เขาจะขอร้องให้ศิลปินที่เขารักออกมาก็เป็นสิทธิ์เหมือนกัน ถ้าเขาไม่ออกเราก็ไม่จำเป็นต้องไปคุกคามเขาในพื้นที่ของเขานะ โอเค มึงอาจจะบ่นแหละว่าพี่คนนี่แม่งอิกนอร์ว่ะ อันนี้พูดถึงการเมืองนะ แต่ว่าพอมันเป็นเรื่องการใช้ความรุนแรงละ มันมีคนที่โดนกระทำจากรัฐนะเว้ย โดนลากโดนเหี้ยอะไรเยอะแยะ อันเนี่ยแหละที่รู้สึกว่ามันคือการเห็นความเป็นมนุษย์ละ บางคนก็คงแสดงออกในทางของเขาแหละ แต่คนที่พอใจ(กับการใช้ความรุนแรงของรัฐ)คงจะเป็นคนที่ยังถ่ายทอดการใช้ชีวิตได้ปรกติในสื่อ ถ้าคุณเงียบไปในช่วงนั้นนะซักแป๊ปนึง ไม่มีใครว่าเลยเว้ย แต่วันที่มันมีคนโดนกระทำปุ๊บ 10 นาทีต่อมา ลงรูปกับอะไรก็แล้วแต่ มันคือการมองข้ามเรื่องความรุนแรงไปละ ไม่อยากจะว่าอะไร แต่นับถือว่า … ใจมึงแข็งเนอะ (หัวเราะ) การเมืองไม่ใช่เรื่องของการเลือกฝ่ายไหนแล้วอะ ณ ตอนนี้เราก็เห็นกันอยู่ว่ามันคือความไม่ยุติธรรมอะ

ก็แล้วแต่ละกัน ว่าใครทำได้ขนาดไหนในเงื่อนไขที่มี ทุกคนกลัวอันตรายเหมือนกัน แต่ทำไมเราไม่ทำอะไรซักอย่างให้ความอันตรายนั้นมันหายไปวะ ทำไมเราไม่ออกมาพร้อมกันแล้วปกป้องกันและกันดิ ไม่ต้องปล่อยให้ใครกลัวอันตรายหรือกลัวเสียผลประโยชน์อะไร ไอ้เหี้ยนี่ออกมาวงเดียวก็เสียดิ ก็ออกมาด้วยกันเลย เราอยากให้การกระทบว่าจะเสียงานเสียการไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ทุกคนเขาก็มีเงื่อนไข แล้วมึงจะอยู่ในเงื่อนไขนี้ตลอดไปหรอวะ (กระแทกเสียง) มึงจะกลัวอย่างงี้ตลอดไปหรอวะ มาช่วยกันให้ความกลัวหายไปดิ

ตัวเราเองก็ไปม็อบเกือบทุกครั้ง แถมไปเล่นคอนเสิร์ตในม็อบด้วย ในสายตาเราเห็นการเปลี่ยนแปลงของคณะราษฎรในช่วงหลายเดือนนี้ยังไงบ้าง

เราไม่ได้สังเกตอะไรมากขนาดนั้น แค่รู้สึกว่าเขาจะมีรูปแบบที่พยายามจะให้เข้าถึงกลุ่มคนได้กว้างมากขึ้น ตอนแรกเรารู้สึกว่ามันติดกับดักคำว่าเยาวชนประมาณหนึ่ง ติดกับดักว่ามันคือม็อบของเด็กมันเลยทำให้สโคปมันดูแปลก ๆ แต่พอขยับขึ้นมาเรื่อย ๆ มันมีเรื่องศิลปะมีเรื่องอะไรเข้ามา มันดูเหมือนเฟสติวัลอะ ทุกครั้งที่มีม็อบมันไม่ใช่การไปแล้ว เอ๊อ เอ๊อ (ทำท่าเชียร์แกนนำ) เชี่ย ประชาชนได้พื้นที่ที่ควรเป็นของพวกเขาคืนจริง ๆ ได้จัดโน่นนั่นนี่ มีซุ้มอาหาร มีการแสดงศิลปะ เราชอบรูปแบบนี้นะ ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ได้สนุกจนลืมว่าแก่นของมันคืออะไร หลัง ๆ เรารู้สึกว่ามันเป็นประมาณนี้ เราว่าเวิร์คนะ มันลดความตึงเครียดด้วย มันโอเคกับยุคสมัยนี้นะ มันคงไปรุนแรงอะไรไม่ได้มาก ถึงจะรุนแรงก็รุนแรงแบบศิลปะ การพ่นอะไรงี้ ถามว่าเห็นด้วยมั้ย เห็นด้วยสัด (พยักหน้าแรง ๆ) ไม่ได้ติดเหี้ยไรเลย คือมึง(รัฐบาล)ทำกับเขา(ประชาชน)แค่ไหนอะ แล้วเขาทำกับมึงแค่เนี้ย

ขอบเขตของคำว่า “สันติวิธี” ไปได้ถึงตรงไหน

แม่งต้องไม่มีการเสียเลือดเนื้อ นี่คือขอบเขตที่ตั้งไว้เลย แต่ว่าอยากพูดอะไรพูด อยากทำอะไรทำ เพราะทุกคนมันโดนบีบด้วยความโกรธด้วยความสูญเสียมามากแล้ว ตราบใดที่ยังไม่มีการเสียเลือดเนื้อ อย่าปะทะด้วยอาวุธหรือกำลัง ปะทะด้วยความคิด ปะทะด้วยการแสดงออก จะก้าวร้าวอะไรก็ได้แต่ห้ามทำร้ายกัน ไปตะโกนด่าได้ แม่งควยไร ก็กูรู้สึกอย่างงี้เว้ย ก็มึงทำกูอย่างงี้ ก็อยากด่ามึงอะไอ้ควย แต่ก็ยังสันติเพราะเราไม่ทำร้ายเขาหรอก

ตูนในคาเฟ่บ้านข้าง ๆ

ส่วนตัวรู้สึกว่าการชุมนุมตอนนี้ยัง “ปัญญาชน” เกินไปมั้ย

ถามว่าในใจในสัญชาตญาณดิบลึก ๆ มันมีมั้ยแว้บที่แบบ ซัดแม่งเลยไอ้เหี้ย ลุยแม่งเลย เย็ดแม่ ในสัญชาตญาณมันมีอยู่แล้ว แต่เราเชื่อมั่นในประชากรของเราอะ แล้วเรารู้สึกว่าแลกกันแม่งไม่คุ้ม (หัวเราะ) ไม่อยากเสียคนที่มีค่ามีความคิดรักประชาธิปไตย ถ้าต้องไปเสียกับฝั่งตรงข้ามยังไงก็ไม่คุ้มอะ ในใจก็หวังไม่อยากให้เกิดการปะทะที่สุด ถามว่าปัญญาชนไปมั้ย อย่าไปถึงขั้นช่วยเขาลบ อย่าถึงขั้นไปจับมือกับตำรวจเลย มันไม่ใช่หนังเว้ย มันไม่ใช่หนังฮิปปี้ ไอ้เหี้ย เขาทำกับมึงขนาดนี้ ภาพที่ออกมามันไม่ทำให้เกิดประโยชน์อะไรเลย (Nifty: เขาออกมาปราบเราเขาก็ได้เงินเดือนนะ) อย่ามาพูดเลยว่าเขาทำตามหน้าที่ ไอ้สัตว์ ไปฟังเพลง ปฎิรูป ของ Rap Against Dictatorship ไป

อย่างกลุ่ม #UnMutePeople นี่เคลื่อนไหวยังไงบ้าง

เราอยากให้ศิลปินทุกคนทุกวงมีตรงกลางที่สามารถพูดด้วยกันได้ โอเค บางวงอาจจะพูดไม่ได้กับการเรียกร้องสิบข้อ การปฎิรูปอะไร อย่างน้อยคุณพูดได้ว่าการแสดงออกไม่ควรมีความผิด การที่เขาปิดปากประชาชนเป็นเรื่องไม่สมควรทำ หรือการทำร้ายกันเพราะการแสดงออกมันไม่ควรเกิดขึ้น อันนี้มันคือข้อความที่ศิลปินทุกคนสามารถพูดได้ โดยไม่ต้องชัดเจนว่าจะเรียกร้องอะไร แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าเพดานในการพูดเราสูงกว่านี้ เราก็จะไปร่วมกับภาคีนิรนามเพราะเขาชัดเจนเลยว่าเรียกร้อง 3 ข้อเหมือนคณะราษฎรเลย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นศิลปินนอกกระแส ตอนนี้พวกเขาก็คุยกันอยู่ว่าเราจะไปมูฟเรื่องไหนยังไงดี ต้องดูสถานการณ์ด้วย

ในการชุมนุมก็มีหลายประเด็นมาก ๆ ส่วนตัวเราอินกับประเด็นไหนเป็นพิเศษ

ที่ทำให้ออกมาคือการปฎิรูปสถาบัน 10 ข้อเลย รู้สึกว่ามันคือต้นตอของปัญหาทั้งหมดจริง ๆ ถ้าแก้แล้วอะไรมันอาจจะดีขึ้น ดีขึ้นในหลาย ๆ มิติเลย ดีขึ้นกับศิลปินหรืออะไร ถ้ามันถูกตรวจสอบได้ ผลประโยชน์ก็อาจจะกระจายสู่คนทุกกลุ่มจริง ๆ แม้แต่ปัญหาใหญ่ ๆ ที่เขามาพูดกันในม็อบเรามองว่าบางเรื่องก็ยังโยงกลับมาที่ต้นตออยู่ดี ถ้าแก้ได้มันก็ลากลงมาหมดอะ เราว่าควรแก้ที่ต้นตอไปเลยดีกว่า คนที่เก่งจริง ๆ ยังไม่ได้เข้าไปทำงานตรงนั้น แล้วมันเข้าไปยากมาก ด้วยทุกสิ่งที่เขาควบคุมอยู่ เราก็อยากออกมา ตอนที่มีวิ่งไล่ลุงหรืออะไรเราก็ไม่ได้ออกมา

คุยกับครอบครัวให้เข้าใจ เพราะสุดท้ายแล้วสถาบันไหนยังอยู่สถาบันไหนจะไป อยากให้สถาบันครอบครัวแม่งยังอยู่ มันเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุด

แฟนเพลงเราก็มีวัยรุ่นเยอะ ถ้าแฟนเพลงมาขอคำแนะนำในการไปม็อบ เราจะบอกอะไรเขา

ไปอย่างสันติ ดูแลความปลอดภัยของตัวเองให้ดี คุยกับครอบครัวให้เข้าใจ เพราะสุดท้ายแล้วสถาบันไหนยังอยู่สถาบันไหนจะไป อยากให้สถาบันครอบครัวแม่งยังอยู่ มันเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุด มันควรถูกพูดคุยให้ชัดเจน พยายามพูดให้เข้าใจกันดีกว่า หลายบ้านคงมีปัญหาลูกมาม็อบหรือไม่ให้ออกมาแล้วลูกก็ยังออกมา พอเราปฎิรูปสถาบันนั้นได้แต่เราต้องสูญเสียสถาบันครอบครัวไป มันก็ไม่ใช่ชัยชนะที่ดี

แล้วก็พยายามไปเพื่อศึกษา อย่าไปด้วยอารมณ์ว่าฉันอยากไปชูสามนิ้ว อยากไป เอ้อ เอ้อ ม็อบมันคือพื้นที่ที่ดีในการศึกษาว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น มันมีความคับแค้นใจของคนกลุ่มไหนบ้าง แค่คุณไปยืนฟังคนเสื้อแดงร้องเพลงอะ คุณก็จะเห็นแล้วว่าเมื่อก่อนเกิดอะไรขึ้นบ้าง กี่ศพ ข้อมูลเยอะมาก พี่น้องเสื้อแดงเขาพร้อมจะคุยกับเด็กรุ่นใหม่มาก เขาพร้อมจะเล่ามาก ๆ บางทีเราไม่ได้ถามด้วย เขาเดินมาข้างแล้ว ๆ แล้ว เนี่ย! วันก่อนนะ เอ้อเอ้อ (ทำเสียงเข้ม ๆ) เราก็รับฟัง ถ้าอยากรู้อะไรไปคุยเลย ผมว่ามันเป็นจุดประสงค์ที่ดีที่จะไป ก่อนที่จะไม่เห็นด้วยกับอะไร มันต้องศึกษาดูว่าตัวเองไม่เห็นด้วยกับเรื่องอะไร ชูสามนิ้วของแต่ละคนแม่งก็มีความหมายที่แตกต่างกัน

บางคนมองว่าการไปม็อบเป็นแฟชั่น คิดว่าเป็นข้อดีข้อเสีย

ในแง่ของมวลชนก็เป็นข้อดีแหละ ไม่ว่าคุณจะออกไปด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ อย่างน้อยผมเชื่อว่าที่ออกไปก็ต้องมีความคิดเห็นที่ตรงกันนะ ถ้ามึงไม่ได้เห็นด้วยก็คงไม่ออกมาเพราะแฟชั่นนะ (หัวเราะ) ถ้าคุณชอบใส่เสื้อเหลืองก็คงไม่ออกมาในสถานที่นี้ อย่างน้อยคนก็คงออกมาเพื่ออะไรบางอย่าง

แล้วคนที่ยอมแพ้ไปแล้วล่ะ สู้แล้วไม่มีทางชนะเลย ตูนมีอะไรจะพูดกับเขามั้ย

ไม่อยากให้เขาไม่ท้อก็ไม่ได้ พักได้นะถ้ารู้สึกว่าไม่ไหว คนที่ท้อผมว่าเขาสู้ต่อเนื่องกันจนรู้สึกว่ามันเหนื่อยละ (ทำท่าคิด) พูดยากมากว่ามันจะชนะมั้ย จริง ๆ เราอาจจะชนะไปแล้ว มันอาจต้องใช้เวลาอีกหน่อย ตอนนี้เราอาจจะชนะไปแล้วก็แค่ได้แค่ต้องรอผลในระยะยาว กำลังของทุกคนยังไงมันก็สำคัญนะ อยากให้อยู่ด้วยกันจนถึงวันที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลง มันจะได้มองหน้ากันแล้วก็ เออว่ะ เราแม่งสู้กันมาไม่เสียเปล่าแล้วว่ะ ถ้าตอนนี้เหนื่อยก็พักก่อนได้ มันค่อนข้างมีผลต่อสภาพจิตใจ ผมว่าก็คงเกิดมวลชนซึมเศร้าขึ้นเยอะนะจากเหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมา เขาบีบให้เราเป็นแบบนี้อะ บีบให้เราเครียดให้เราเศร้า ถ้าเรายอมแพ้เท่ากับว่าเขาทำสำเร็จ เราต้องเข้มแข็ง ม็อบมันพยายามทำให้สนุกที่สุดแล้วอะ ผมว่ามันมีคนที่เหนื่อยกว่าพวกเราเยอะ แกนนำ คนที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง พี่ทราย เจริญปุระ เขาน่าจะเหนื่อยกว่าเราเยอะมาก

ตูน บ้านข้าง ๆ ในวันสบาย ๆ

แล้วเรารับมือกับตัวเองยังไง เวลาไปม็อบหรือติดตามข่าวการเมืองแล้วกลับมาดาวน์

พักเลยอะ เราออกไปสู้ เราออกไปทำหน้าที่ของเราแล้ว เพราะฉะนั้นกลับบ้านมาแล้วเราตัด ไม่ใช่ทิ้งอุดมการณ์นะ กูต้องมีทั้งเวลาที่สู้และเวลาที่พัก มันคือธรรมชาติของมนุษย์แหละ เราต้องรีแลกซ์บ้าง เราไปเชียงใหม่เราทิ้งเรื่องการเมืองในหัวไปเลย การพักก็ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการรบได้อย่างมีศักยภาพ กลับบ้านเปิดบริษัทฮาไม่จำกัดดูเลย บางทีไม่ต้องรู้สึกผิดว่าถ้ากูไม่ติดตามจะกลายเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ คุณต้องพักเว้ย ผลัดกันสู้ ผลัดกันพักละกัน เปิดชิงร้อย เปิดรวมฮิตเฮอริเคน (หัวเราะ)

#ถ้าการเมืองดี ชีวิตเราจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง

โห ได้หลายแง่ชิบหาย (คิดนาน) สำหรับผมมันคือการได้เห็นชีวิตของคนอื่นแม่งดีขึ้น อาจจะดูพระเอกหน่อยนะ จริง ๆ ชีวิตเราไม่ได้ประสบปัญหาอะไรมาก สามารถดำเนินชีวิตได้ภายใต้ความเหี้ยห่าอะไรบางอย่าง เราทุกข์เพราะเราเห็นคนที่เดินอยู่ริมถนน คนที่เขาลำบากมาก ๆ จริง ๆ ที่เขาไม่ได้รับความเท่าเทียม ถ้าการเมืองดีสุขภาพจิตเราคงดีขึ้นด้วย ที่ได้เห็นคนลืมตาอ้าปากได้

เสียดายว่า ณ วันนี้ที่ทุกคนยังมีไฟอะ … อยากใช้จังหวะนี้ดันกันไป ไม่ใช่ปล่อยให้เขาดันกันเอง แม่งน่าสงสาร

แล้ววงการดนตรีจะดีขึ้นยังไงบ้าง

วงการดนตรีมันคงจะเกิดเอฟเฟคได้ในหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเรื่องแฟชั่น มันเป็นคลื่นที่ต่อยอดได้ไกลมาก อยู่ที่เขาจะช่วยเราในมิติไหน ถ้าสมมติเจียดงบมาหน่อย ทำแคมเปญให้ศิลปินมาพรีเซนต์สถานที่ อย่างเราที่พรีเซนต์แม่กำปอง ก็อาจจะส่งผลถึงการท่องเที่ยวอีก ปัญหาที่สุดอะคือพื้นที่การแสดงออกเนี่ยแหละ มันมีอีกหลายคนมากที่ต้องการพื้นที่แสดงออก ภาระมันไม่ควรจะต้องอยู่แค่กลุ่มพวกเราที่ต้องมาดันกันเองไง มันควรจะได้รับการขับเคลื่อนให้ไปพร้อมกัน ทำให้ดนตรีบ้านเรามันไปอยู่ระดับสากลได้ ฝีมือคนทำเพลงบ้านเราแม่งเก่งสัด ไปไกลได้ อยากให้ช่วยดันไปด้วยกันหน่อย

มันคือคนไม่ฟังเพลงอะ (กระแทกเสียง) ไม่สุนทรีกับเพลงอะ ไม่เข้าใจอะไรเลย มึงคงไม่สามารถฟัง temp. กับ H3F แล้วเอนจอยได้อะ (เต้นเบา ๆ) มึงก็ต้องเอาคนที่เอนจอยเข้ามาดิ เขาจะได้รู้ว่าควรจะพัฒนาตรงไหน เขาไปได้อีกไกลมาก เสียดายว่า ณ วันนี้ที่ทุกคนยังมีไฟอะ ที่แบบ H3F แม่งสุดจัด Solitude is Bliss แม่งยังมีไฟ อยากใช้จังหวะนี้ดันกันไป ไม่ใช่ปล่อยให้เขาดันกันเอง แม่งน่าสงสาร

ประเทศไทยมีเฟสติวัลใหญ่แค่ 3 งาน คิดว่ามันน้อยเกินไปไหม

เราไม่ต้องพูดถึงสเกลงานใหญ่ก็ได้นะ แค่เป็นงานเล็กแต่เกิดขึ้นในจำนวนที่มากหน่อย งานใหญ่ก็มีระยะห่างก็โอเคแล้ว คนเราคงไม่สามารถไปงานใหญ่ได้ตลอด มันมีน้อยหน่อยก็ได้ แต่อยากให้มีพื้นที่อย่าง PLAYYARD เป็นสิ่งที่ดีมากเลยนะ หลาย ๆ วงก็โตมาจากที่นี่ (Nifty: เจ๊งไปแล้วไง) เออ แม่งเจ๊งจริง (หัวเราะ) ไอ้เหี้ย หรือพวกเราผิดวะ (หัวเราะ) หรือเราแม่งเข้าใจวงการเพลงผิดมาตลอดวะ แต่ผมว่ามันยังมีหวังอะ อะไรที่เขาพยายามดันซีนนอกกระแสมันเจ๊ง เพราะเขาไม่ได้รับความสนใจจากคนหมู่มาก มันต้องแก้ตั้งแต่คัลเจอร์ แก้ตั้งแต่ระบบการฟังเพลง มันควรต้อง educate หรือมีช่องทางที่เปลี่ยนพฤติกรรมการฟังได้ ต้องแก้ตั้งแต่ฉันจะไปที่นี่เพื่อไปฟังวงที่ฉันชอบ มันควรจะมีมายเซ็ตใหม่ว่าฉันจะไปที่นี่เพื่อไปฟังวงใหม่ ๆ มันคือปัญหาที่เราติดอยู่ ณ ตอนนี้ มันเลยยังต้องเอาวงแม่เหล็กมาดึง เอาวงโน่นนั่นนี่มา ไม่อยากจะต้องไปยัดหูเขาด้วยความบังเอิญ นึกออกปะ อยากให้มันเกิดจากการที่ฉันอยากหาอะไรใหม่ ๆ ฟัง

มึงคลิกฟังวงใหม่ ๆ ในยูทูปบ้างก็ได้ (บีบเสียง) ไม่ต้องฟังเพลย์ลิสต์เดิม ๆ ที่มึงจัดวนอยู่อย่างนั้นอะ spotify ก็แรนด้อมเพลงใหม่ ๆ เราได้รู้จักวงใหม่ ๆ อย่าง The Kopycats หรือ Supergoods ที่แม่งดีสัด ๆ และเขาควรได้พื้นที่ในการแสดงออกมากกว่านี้

มีศิลปินบางคนออกมาบอกว่าการมีงานทัวร์ทั้งเดือนไม่ได้ดีกับวงจริง ๆ เพราะได้ค่าจ้างน้อยกว่าปรกติเลยต้องโหมงานทัวร์เยอะ ๆ ทำให้สุขภาพแย่และไม่มีเวลาทำเพลง ในฐานะที่มีงานทัวร์เยอะเหมือนกันตูนคิดยังไง

ไอ้ของเราเนี่ย ไม่ได้รู้สึกว่ารายได้หลักมันมาจากการทัวร์นะ ยังไงรายได้ก็คือการขาย merch ขายเพลง รับค่าสตรีมมิ่งนี่คือรายได้หลัก เรามองการทัวร์คือการไปทำความรู้จัก ไปขอบคุณ ไปเจอแฟนเพลง เฮ้ย พวกคุณฟังเพลงเราเว้ย ขอบคุณมาก เรื่องรายได้อะไรเราไม่ได้ซีเรียสเลย บางทีก็ลดราคาได้ เราแค่อยากไปเจอ ไปหาประสบการณ์สร้างความทรงจำกับวงเกิดเป็นเพลงเป็นอะไรในอนาคตได้ เราไม่ได้มองการทัวร์เป็นการทำงาน เราคิดว่าเหมือนไปเที่ยวมากกว่า แล้วการทัวร์ก็ทำให้ทีมงานของเรามีรายได้ด้วย รายได้จากสตรีมมิ่งเราก็หารกันในวงใช่มั้ยล่ะ เราก็ยังได้ช่วยพี่ ๆ แบ็คสเตจด้วยจากการทัวร์

ถ้ามีโอกาสได้คุยกับ รมต. กระทรวงวัฒนธรรม จะเสนออะไร

ไอ้เสนอผมก็คงไม่ได้เก่งอะไร มันคงต้องผ่านกระบวนการคิดจากคนกลุ่มหนึ่งมาก่อน ถ้าได้คุยก็คงคุยเรื่องงบก่อนว่า ตรงไหนมันเอาออกได้ก่อนบ้างมั้ย ตอนนี้ที่ใช้มันใช่แล้วหรอ มันเพื่ออะไรได้ผลจริงมั้ย ส่วนแอคชั่นว่าจะเอาไปใช้กับอะไร ผมว่าเดี๋ยวมันมีคนที่เขาเก่งสามารถเสนอได้ ผมจะเอาตัวเองเป็นหลักไม่ได้ ซีนดนตรีนี้มันกว้างและหลากหลายมาก อยากให้ครอบคลุมถึงทุกคนที่สุด มันมากกว่าซีนแคท มันยังมีอีกหลายซีนที่ไม่ได้ถูกพูดถึง ไม่ว่าจะแก๊ง Post-Rock แก๊ง Shoegaze ที่เขาทำกันอยู่ ดนตรีทดลองหรือ noise มันก็ต้องไปครอบคลุมเขาด้วย ไม่ได้จะเอาแค่แก๊งเราหรือคนที่สปอร์ตไลท์ลง คนที่ตีฉิ่งตีฉาบด้วย

บ้านข้าง ๆ คาเฟ่

กลับมาที่เพลงของตูนด้วย เพิ่งปล่อยอัลบั้มใหม่ Hello Neighbors มันมีคอนเซ็ปต์ยังไง

แค่เบื่อที่จะเป็น Folk มั้ง (หัวเราะ) เราอยากจะไปในหลากหลายมิติยิ่งขึ้น สุดท้ายมันก็ตั้งต้นมาจากเราอยากพูดเรื่องธรรมชาติ เรื่องคนใกล้ตัว แต่แค่รู้สึกว่ามันฉีกออกไปในแนวดนตรีอื่นได้ พยายามจะไม่ให้ธรรมชาติมันติดอยู่กับ Folk ใช่มันมี Folk แต่เรื่องธรรมชาติมันเอาไปพูดใน Synth-Pop ได้ หรือธรรมชาติก็ไปอยู่ใน Rock ได้ มันก็วนกลับมาในเรื่องชีวิต เราเลยชวนคนหลาย ๆ คนมาร่วมด้วย

เราทำงานกับอัลบั้มนี้ยังไง เพราะบางวงก็มีแนวเพลงที่แตกต่างกันไปเลย

เหมือนจะมีอยู่แค่สองเพลงมั้ง ที่เลือกคน feat ไว้ก่อนจะแต่งเพลง คือ หลังคา กับ สุริยิปราคา ก็คือเพลงที่ feat กับพี่เล็ก Hugo เลือกไว้ก่อนว่าฉันอยากจะทำงานร่วมกับไอดอลทางด้านดนตรีกับความคิดของฉัน กับ บาส Abandoned House ที่เป็นเพื่อนกัน ยังไงก็ต้องปล่อยเพลงกับบาสเป็นเพลงแรก นี่คือเพื่อนในวงการที่เราใจกับมันที่สุด มันก็ใจกับเราที่สุด ส่วนเพลงอื่นก็เกิดจากเขียนมาก่อน เขียนโดยที่ยังไม่ได้กำหนดแนวเพลงด้วย เขียนแล้วลองเล่นกับกีตาร์ อย่าง Magic Hour แม่งฟิลประมาณนี้ว่ะ ก็คุยกันในวงว่าต้องเป็นเสียง Plastic Plastic ว่ะ ไม่รู้ดิ แค่รู้สึกว่าเสียงของเขาจะเล่าเรื่องของพระอาทิตย์ตกได้ดีมาก ๆ แล้วมันก็ใช่ ตรงตามที่คิดเลย มีอีกเพลงที่เขียนด้วยกันคือ ดาวดวงน้อย กับแอมมี่ เหมือนไปนั่งคุยกันเรื่องความรัก เราแม่งยังไม่เจอดวงดาวที่แบบว่า อะไรงี้ (หัวเราะ)

ทั้งอัลบั้มเลยยังมีรสชาติของความเป็น t_047 อยู่

มันยังตั้งอยู่บนสิ่งที่เราเขียนอะ ความไม่ซับซ้อน ความง่าย ๆ ปล่อยวาง ไม่อะไรมาก ด้วยความที่เราแต่งเพลงแล้วมันไหลเลยไม่ค่อยมีเทคนิคลูกเล่นอะไรที่ขัดกับสิ่งที่เราต้องการเล่า

เพราะเปลี่ยนสมาชิกวงด้วยรึเปล่า เลยส่งผลต่อดนตรีของวงด้วยนิดนึง

แค่เพลงมันถูกแต่งมาแบบนี้ แล้วมันต้องเล่าแบบนี้ เห็นภาพประมาณนี้ว่าถ้าเล่าด้วยดนตรีประมาณนี้ มันจะเป็นแค่บรรยากาศจริง ๆ ไม่อยากยึดติดกับอะไรเลย ถ้ามึงเขียนเพลงมาสิ่งที่ควรจะทำคือมึงทำอะไรก็ได้ให้เมสเสจออกเยอะที่สุด เราจะข้ามเรื่องซาวด์อะไรไปค่อยข้างเยอะ เราจะเน้นเรื่องที่อยากพูดมากกว่า ทำยังไงให้คนฟังแล้วตรงกับสิ่งที่เราคิดมากที่สุด

อยากรู้มากกว่าชวนพี่เล็ก Hugo มาทำงานด้วยได้ยังไง

(หัวเราะ) คือส่งไปให้ผู้จัดการก่อน ทุกคนดีลเราพยายามให้เกียรติกัน ต่อให้สนิทกันก็ต้องคุยผ่านผู้จัดการเขา ก็คุยกับผู้จัดการเขาว่าเขียนเพลงไว้แล้วอยากชวนมา ก็ส่งเพลงไป แล้วเป็นคลิปเสียงพี่เล็กส่งกลับมา ฟังแล้วครับ ผมชอบมากครับ (ทำเสียงต่ำ) ชื่อไรนะ ตูน ชอบมากครับ (หัวเราะ) แล้วก็นัดกันอัด แต่เขาน่ารักมากเลยนะในการทำงาน ตอนแรกกลัว เป็นคนที่น่ากลัวอะ เกร็งอะ เชี่ย พี่เล็กถึงแล้วว่ะ กูยังไม่ได้ออกจากบ้านเลย (หัวเราะ) แต่พี่เขาน่ารักมาก บอกได้เลยนะว่าให้ทำอะไรยังไง พี่เล็กตรงนี้เสียงมันดุไปนิดนึงครับ (หัวเราะ) แกเป็นคนตลกมาก

เขาพูดถึงเพลงของ t_047 บ้างไหม

ก็มีคุยกันถึงเนื้อหาบ้าง ผมอยากให้มันเป็นฟิลประมาณนี้ ฟิลพ่อสอนลูกอะไรงี้ ถ้าได้ฟังจะเข้าใจ มันคือลูกที่หลงผิดอะ หลงในความมัวเมา แล้วพ่อก็แบบว่า เฮ้ย ลูก ออกมาเว้ย (หัวเราะ)

ตูน t_047 06

มีเพื่อนคนไหนที่เราเสียดายที่ชวนมาทำด้วยไม่ได้

ไม่เชิงว่าไม่สะดวก แต่มันติดต่อกันยากก็มี stoondio รู้สึกว่าถ้าร่วมงานด้วยก็คงได้เฉดที่น่าสนใจ มันมีความใกล้กันนะ เรารู้สึกว่าถ้าร่วมกันพูดน่าจะดี พี่ตูนเรื่องการใช้คำเขาดีมากเลย เขาสื่อสารในการเรียงร้อยคำ แต่เราสื่อสารด้วยคำในชีวิตประจำวันประมาณหนึ่ง ไม่ค่อยมีลูกเล่นของคำที่แปลก แต่เหมือนเขาทำงานประจำด้วยเลยติดต่อกันลำบากเลยพลาดไป

มีคาเฟ่ต์ มีแฟนเพลงที่น่ารัก ได้ทำงานศิลปะ ได้เป็นนักเขียน ตูนยังอยากทำอะไรอีก

นักการเมือง (หัวเราะ) ไม่ใช่ ๆ ความอดทนต่ำ (Nifty: นักการเมืองความอดทนต่ำเยอะแยะ) ถ้าเพื่อตัวเองคงไม่ได้อะไรแล้วล่ะ อยากทำเพื่อสังคมบ้าง เอ้อ อีกประเด็นที่สนใจ ที่มันมีประโยคว่าต่างจังหวัดต้องการหอศิลป์เหมือนกัน เออ ถ้ามันทำอะไรได้ในขณะที่เราก็พอมีความรู้เรื่องศิลปะซักนิดนึง ถ้าเอาดนตรีเข้าไปในพื้นที่ที่ห่างไกล ไม่มีร้านเหล้า เราก็อยากเอาดนตรีเข้าไปให้เขาเหมือนกัน อยากจะขับเคลื่อนตรงนี้เหมือนกัน ในอนาคตก็คงทำแหละ แต่รอให้ทุกอย่างมันเคลียร์กว่านี้ก่อน ตอนนี้มันมีเรื่องที่ต้องลงมือมากกว่า ร้านมีคนมาดูแล เราว่างจากการทำเพลงสบายละ อยากชวนเพื่อนกลุ่มหนึ่งมาศึกษากันดีกว่า ทำยังไงให้ศิลปะมันเข้าถึง รวมทีมคนไปสอน จริง ๆ มันก็มีคนทำอยู่แล้วแหละ แต่เราก็อยากขับเคลื่อนในแบบของเรา อาจไม่ต้องมีโครงการจิตอาสาอะไรมาก หิ้วกีตาร์ไปคนละตัว เปิดเวทีเล่นกันให้เด็ก ๆ มานั่งฟัง ไม่ต้องสอนเขาอะไรมาก แค่ให้เขาบันเทิง เอาดนตรีไปหาเขาเท่านั้นเอง คงเป็นคนขี้เกียจแหละ (หัวเราะ) ขี้เกียจเตรียมโน่นนั่นนี่ อยากให้มันง่ายที่สุด ขึ้นรถไฟไป เข้าป่า เจอแก๊งเด็กก็เรียกมาฟังดนตรี มันคงดีต่อใจอะ (ยิ้ม) เป็นการเดินทางที่น่าสนุก

เป้าหมายต่อไปของ ตูน t_047

ไหลไปตามสถานการณ์ก่อนอะ ทุกอย่างมันไหลไปตามสถานการณ์หมด ไม่ว่าจะเป็นแคปชั่นที่โพสต์น่ะ กลับไปไล่ดูนะ ก่อนที่ไอ้ตู่จะเข้ามาเนี่ย แม่งมีแต่ความสดใส (หัวเราะ) แล้วมันก็ดาร์กขึ้นเรื่อย ๆ ตามการเติบโตของเรา ตามคนที่แม่งเข้ามา เราทำมาแปดปี ไอ้ตู่เข้ามาหกเจ็ดปี เราก็ได้เห็นว่าก่อนมึงเข้ามาชีวิตกูสดใสขนาดไหน (หัวเราะ) ถ้าสมมติว่าวันนี้ประเทศเราเหมือนอยู่ฝรั่งเศส เกาหลีใต้อะไรงี้ สิ่งที่ออกมาจากเราคงจะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ ณ วันนี้เราอยู่ในสภาพที่มันเป็นแบบเนี่ย ผลงานเราหรืออะไรของเราก็เปลี่ยนไปตามสภาพสังคม เพราะงั้นมันเลยกำหนดไม่ได้ว่าเราจะเป็นแบบไหน (Nifty: แต่ก็จะใช้เพลงพูดเรื่องที่เราเชื่อต่อไป) ใช่ พยายามให้เห็นความสวยงามของธรรมชาติ หรือการเป็นคนที่เป็นธรรมชาตินั่นก็สวยงาม พยายามจะหนีจากความผิดปรกติของความเป็นมนุษย์อะ

มีอีกเฉดหนึ่งที่เราอยากพูดคือ ยังอยากลองพูดเรื่องเซ็กส์ในเพลงของเราบ้าง แต่ยังไม่รู้ว่าจะออกมาแนวไหนนะ รู้สึกว่ามันท้าทายดี ที่จะมีเซ็กในเพลง t_047 แล้วก็คงเป็นการเอาปัญหามาพูด อย่าง แม่กำปอง มันส่งผลจริง ๆ แต่ก็โดนด่าอยู่ ไอ้เหี้ยมึงทำให้คนไปเยอะ (หัวเราะ) มันอาจไม่ดีกับคนไปเที่ยว แต่คนที่อยู่พื้นที่ตรงนั้นอาจจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เดี๋ยวคนก็เบื่อแหละ มันฮิตแค่ช่วงเดียว เราได้เห็นแล้วว่าเพลงมันไปขับเคลื่อนตรงนั้นได้ มันช่วยปรับเปลี่ยนให้คนเข้าใจเรื่องบางอย่าง เรื่องการคุกคามทางเพศ เรื่อง sexual harassment ถ้าเพลงมันเอามาเล่าให้คนเข้าใจได้ มันก็น่าจะดี เราคงไม่อยากทำเพลงว่า หยุดคุกคามคนอื่นนะจ้ะ (คีย์ซี) มันไม่ได้อะ อยากพูดให้มันมีศิลปะที่สุด มันต้องไปเริ่มทำเพลงที่ทำความเข้าใจในตัวเอง ไม่ใช่ทำเพลงไปห้ามคนอื่น ด้วยภาษาของเราด้วย มันมีเพลงแนวนี้เยอะ แต่มันไม่ได้ไปแก้ไขข้างใน

ฝากอะไรถึงคนที่ยังไม่มีอะไรอัลบั้ม Hello Neighbors หน่อย

อัลบั้มยอดเยี่ยมแห่งปีจากเนชั่นอวอร์ดอันนี้นะครับ (หัวเราะ) ตอนนี้เศรษฐกิจมันก็เนอะ ไม่ต้องรีบ ยังไงทำเรื่อย ๆ อยู่แล้ว เก็บตังก่อนก็ได้เอาไปใช้กับสิ่งที่จำเป็นในชีวิตก่อนก็ได้ (Nifty: เอาไปม็อบ) เอาไปม็อบก็ได้ ถ้าเกิดว่ามีตังเมื่อไหร่ก็อุดหนุนกันละกัน เดี๋ยวก็มีในสตรีมมิ่งอะไร แต่เราทำอัลบั้มอะ อยากให้เขาได้ฟัง ได้ดู ได้ถือ ได้สัมผัสมันว่ามันออกจากมือเราอะ ไม่รู้นะ เราชอบเสน่ห์ของการมีแผ่นมากกว่าการสตรีมมิ่ง แต่ว่าแล้วแต่คน ยังไงมันก็คือการรับฟังเหมือนกัน เปิดฟังแล้วนั่งดูรูปดูอะไรมันได้ฟิลกว่า ดูหนังในโรงมันก็ได้ฟิลกว่าดู netflix มั้ง ยังไงก็ฝากด้วยละกัน (ยิ้ม)

ติดตามตูนและเสียงดนตรีของเขาได้ที่เพจ บ้านข้าง ๆ

ตูน บ้านข้าง ๆ

About the author

ชอบฟังเพลงใหม่ ๆ ตลอดเวลา และอยากแนะนำเพลงใหม่ ๆ ให้ทุกคนฟังผ่านตัวอักษร ตลอดเวลา

BOOKy THE STRIDER กระต่ายน้อยสุดโมเอะแห่งวงการถ่ายภาพ ผู้มีไรม์เป็นของตัวเองในทุกจังหวะกดชัตเตอร์